คุณหมอเฉลย! ทำไมหลังมื้อเที่ยงถึง "ง่วงนอน-สมองตื้อ" พร้อมวิธีแก้ที่ได้ผลจริง

คุณหมอเฉลย! ทำไมหลังมื้อเที่ยงถึง "ง่วงนอน-สมองตื้อ" พร้อมวิธีแก้ที่ได้ผลจริง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคยไหม? พอตกบ่ายสามทีไร ร่างกายกลับหมดพลัง ง่วงนอนจนแทบจะหลับคาโต๊ะ อาการ "ง่วงหลังอาหาร" (Food Coma) หรือ 3pm Slump ที่หลายคนเจออยู่เป็นประจำนั้น ดร.รังกัน แชตเตอร์จี (Dr.Rangan Chatterjee) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและโฮสต์พอดแคสต์สุขภาพชื่อดัง 'Feel Better, Live More' ได้ออกมาเตือนว่า นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า "ระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose) ของคุณกำลังเสียสมดุล"

ดร.แชตเตอร์จี อธิบายว่า มื้อเที่ยงที่ขาด โปรตีน หรือ ไฟเบอร์ คือตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและสมองตื้อในช่วงบ่าย และการแก้ปัญหาด้วยการอัดกาเฟอีนหรือกินของหวานเพิ่มพลังในตอนนั้น ไม่ใช่ ทางออกที่ถูกต้อง

3 วิธีแก้อาการง่วงบ่ายสามให้อยู่หมัด

หากต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และฟื้นคืนพลังงานให้สมองแล่นตลอดบ่าย คุณหมอแนะนำให้ปรับพฤติกรรมง่ายๆ ดังนี้ค่ะ:

  • เน้นโปรตีนในมื้อเที่ยง: เลือกทานเนื้อสัตว์, ไข่ หรือปลา เพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลักที่อยู่ท้อง

  • เดินย่อย 10-20 นาที: หลังทานข้าวเสร็จ ให้ขยับร่างกายด้วยการเดินเล่นสั้นๆ วิธีนี้จะช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับกลูโคสได้ดีขึ้นและลดความง่วง

  • ดื่มน้ำ 1 แก้ว + ทานถั่ว 1 กำมือ: ไขมันดีจากถั่ว (เช่น อัลมอนด์ วอลนัท) จะเป็นแหล่งพลังงานที่เผาผลาญช้า ช่วยให้ระดับพลังงานในร่างกายคงที่และไม่รู้สึกเพลีย

"เรามักมองว่าความรู้สึกเหนื่อยล้า สมองไม่โฟกัส หรือหงุดหงิดง่ายเป็นเรื่องปกติ แต่อันที่จริงมันคือสัญญาณเตือนแรกเริ่มว่าระบบเผาผลาญของร่างกายกำลังมีปัญหา" — ดร.รังกัน แชตเตอร์จี

ทำไมระดับน้ำตาลตก ถึงทำให้ "สมองตื้อ-อยากของหวาน"?

วงจรความง่วงและหิวโซในช่วงบ่าย สามารถอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ได้ดังนี้:

  1. สารสื่อประสาททำงานสะดุด: สมองเป็นอวัยวะที่ใช้พลังงานสูงและขับเคลื่อนด้วยกลูโคสเป็นหลัก เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดดิ่งลงอย่างรวดเร็ว สารสื่อประสาทที่ส่งข้อมูลระหว่างเซลล์สมองจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เราสูญเสียสมาธิและสมองตื้อ

  2. โหยของหวานไม่สิ้นสุด: เมื่อน้ำตาลตก ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนให้เราต้องรีบเติมพลังงานด่วน ทำให้เราเกิดอาการอยากกินของหวานหรือคาร์โบไฮเดรตสูงๆ

  3. ติดอยู่ในวงจรอุบาทว์: การยอมแพ้ต่อความอยากแล้วกินของหวานเข้าไป จะยิ่งไปกระตุ้นให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงปรี๊ดและดิ่งฮวบลงมาอีกรอบ ทำให้เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในลูปความง่วงไม่จบไม่สิ้น

นอกจากนี้ ดร.แชตเตอร์จี ยังเตือนว่า หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปบ่อยๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น "ภาวะก่อนเบาหวาน" (Prediabetes) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัว

สถิติที่น่าสนใจ: คนส่วนใหญ่ "เกาไม่ถูกที่คัน"

จากผลสำรวจผู้ใหญ่ 2,000 คน โดย Abbott's Lingo (แอปพลิเคชันและไบโอเซนเซอร์ตรวจวัดระดับกลูโคส) พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า:

อาการที่พบช่วงบ่ายสาม เปอร์เซ็นต์ที่พบ
อ่อนเพลีย / เหนื่อยล้า มากกว่า 50%
อารมณ์ดิ่ง / เซื่องซึม ประมาณ 33%
หงุดหงิดง่าย 25%

 

น่าเสียดายที่มี เพียง 15% เท่านั้นที่รู้ว่าอาการเหล่านี้สัมพันธ์กับอาหารที่กินเข้าไป ในขณะที่คนส่วนใหญ่หลงไปโทษปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด (38%) หรือนอนไม่พอ (34%)

รู้แบบนี้แล้ว มื้อเที่ยงวันต่อไปลองลดแป้ง เพิ่มโปรตีน แล้วไปเดินย่อยกันสักนิด เพื่อบอกลาอาการง่วงนอนตอนบ่ายสามกันค่ะ!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล