ทะเบียนรถยนต์กับรถมอเตอร์ไซค์ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

ทะเบียนรถยนต์กับรถมอเตอร์ไซค์ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากเกิดความวุ่นวายหนักเรื่องของ รย. 12 ซึ่งทำหลายคนไม่ผ่านคุณสมบัติ บัตรสวัสดิการแห่ง รัฐจนได้สรุปและคลายขอสงสัยไปแล้ว 

แต่ยังมีอีกประเด็น NewsPulse Auto ยังมีอีกเรื่องเนื่องจากป้ายทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ในประเทศไทย มักจะได้เลขที่แอบใกล้กัน จนวันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยเพื่อสรุปกับประเด็นนี้ให้คุณเข้าใจและคลายข้อสงสัยกัน

ทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ VS รถยนต์ เหมือนหรอืต่างกัน

ต้องบอกว่าทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ต่างก็ต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก มีสมุดคู่มือทะเบียน ป้ายทะเบียน และต้องชำระภาษีประจำปีเหมือนกัน แต่รายละเอียดของประเภทรถ รูปแบบป้าย ภาษี และการตรวจสภาพมีความแตกต่างกัน

plate-info

รหัสประเภทรถไม่เหมือนกัน

สิ่งที่มักทำให้เกิดความสับสนคือรหัสที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “รย.” ซึ่งเป็นรหัสจำแนกประเภทรถตามกฎหมาย ไม่ใช่เลขทะเบียนที่ติดอยู่บนตัวรถ

  • รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เช่น รถเก๋ง รถแฮทช์แบ็ก และ SUV หลายรุ่น
  • รย.2 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน เช่น รถตู้โดยสารส่วนบุคคล
  • รย.3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล เช่น รถกระบะ
  • รย.12 รถจักรยานยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์

ดังนั้น รย.12 ไม่ได้หมายถึงรถยนต์นั่งส่วนบุคคล แต่หมายถึงรถจักรยานยนต์โดยตรง ตามข้อมูลประเภทการจดทะเบียนของกรมการขนส่งทางบก 

ป้ายทะเบียนมีรูปแบบต่างกัน

แม้ว่าตัวอักษร และตัวเลขจะคล้ายกัน แต่ยังมีความต่างโดยรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปใช้ป้ายทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน ติดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนรถจักรยานยนต์ใช้ป้ายขนาดเล็กกว่าและติดบริเวณด้านหลังรถ

แม้รูปแบบป้ายจะแตกต่างกัน แต่ป้ายทั้งสองแบบใช้เพื่อระบุตัวรถ จังหวัดที่จดทะเบียน และเชื่อมโยงกับข้อมูลเจ้าของรถในระบบของกรมการขนส่งทางบก

ข้อมูลในเล่มทะเบียนคล้ายกัน

ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์จะมีสมุดคู่มือจดทะเบียน ซึ่งบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น

  • ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง
  • หมายเลขทะเบียนรถ
  • เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์
  • ยี่ห้อ รุ่น สี และปีจดทะเบียน
  • ประวัติการโอนหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลรถ

หากขายรถแล้วแต่ยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ ชื่อเจ้าของเดิมก็อาจยังคงอยู่ในฐานข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ก็ตาม

การตรวจสภาพต่างกันตามอายุรถ

รถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะที่มีอายุครบ 7 ปี ต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนชำระภาษีประจำปี ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องตรวจเมื่อมีอายุครบ 5 ปี โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก

จุดนี้ทำให้รถมอเตอร์ไซค์ต้องเริ่มเข้ารับการตรวจสภาพเร็วกว่ารถยนต์ 2 ปี

ภาษีประจำปีคิดไม่เหมือนกัน

รถยนต์แต่ละประเภทอาจคำนวณภาษีจากความจุกระบอกสูบ น้ำหนักรถ หรือรูปแบบการใช้งาน ขณะที่รถจักรยานยนต์ใช้อัตราภาษีตามประเภทและลักษณะของรถ

แม้วิธีคำนวณจะแตกต่างกัน แต่รถทั้งสองประเภทต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ จึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้

ใบขับขี่ใช้แทนกันไม่ได้

แม้รถยนต์และรถจักรยานยนต์จะจดทะเบียนภายใต้กรมการขนส่งทางบกเหมือนกัน แต่ใบอนุญาตขับรถเป็นคนละประเภท ผู้ที่มีใบขับขี่รถยนต์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถนำไปใช้ขับรถจักรยานยนต์ได้ และในทางกลับกัน

สรุป ทะเบียนรถ กับ มอเตอร์ไซค์ เหมือนหรือต่างกัน?

เหมือนกัน ตรงที่ต้องจดทะเบียน มีเจ้าของรถ มีป้ายทะเบียน มีสมุดคู่มือ และต้องต่อภาษีประจำปี

ต่างกัน ที่รหัสประเภทรถ รูปแบบป้าย วิธีคิดภาษี อายุที่ต้องตรวจสภาพ และประเภทใบขับขี่ โดยจุดสำคัญที่ควรจำคือ รย.12 หมายถึงรถจักรยานยนต์ ส่วนรถเก๋งทั่วไปมักอยู่ในกลุ่ม รย.1

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
NewsPulse
กำลังโหลดข้อมูล