ล้างเครื่องฟอกอากาศได้ไหม? เผยจุดที่ล้างได้-ห้ามล้างเด็ดขาด ก่อนเครื่องเสียไม่รู้ตัว

วิธีทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศให้ถูกวิธี ล้างตรงไหนได้บ้าง ช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการกรองฝุ่น
เครื่องฟอกอากาศเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยดักจับฝุ่น PM2.5 สารก่อภูมิแพ้ และมลพิษต่าง ๆ ภายในบ้าน แต่หากใช้งานไปนาน ๆ โดยไม่ทำความสะอาด ฝุ่นที่สะสมอยู่ภายในอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการกรองอากาศลดลง กินไฟมากขึ้น และทำให้อายุการใช้งานของเครื่องสั้นลงได้

หลายคนอาจสงสัยว่าเครื่องฟอกอากาศสามารถล้างน้ำได้หรือไม่ และส่วนใดที่ควรทำความสะอาดเป็นประจำ วันนี้เรารวบรวมวิธีดูแลเครื่องฟอกอากาศอย่างถูกต้อง เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและไม่เกิดความเสียหายจากการดูแลผิดวิธี
ก่อนทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศ ต้องทำอะไรบ้าง?
ก่อนเริ่มทำความสะอาดทุกครั้ง ควรปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟออกเพื่อความปลอดภัย จากนั้นเปิดฝาครอบตามคู่มือของแต่ละรุ่น และนำแผ่นกรองอากาศออกมาตรวจสอบสภาพเบื้องต้น
- ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กไฟ
- รอให้เครื่องหยุดทำงานสนิท
- เปิดฝาครอบและถอดแผ่นกรองตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- เตรียมผ้าไมโครไฟเบอร์ แปรงขนนุ่ม หรือเครื่องดูดฝุ่น

วิธีทำความสะอาดตัวเครื่องฟอกอากาศ
ภายนอกตัวเครื่องสามารถใช้ผ้านุ่มหรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดฝุ่นออกได้ ส่วนบริเวณช่องลม ช่องดูดอากาศ และเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพอากาศ ควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นจุดที่ฝุ่นสะสมได้ง่าย
หากมีซอกเล็กหรือมุมที่เข้าถึงยาก สามารถใช้ก้านสำลีแห้งหรือแปรงขนนุ่มช่วยปัดฝุ่นออกได้ โดยหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหรือฉีดสเปรย์ทำความสะอาดเข้าไปในตัวเครื่องโดยตรง
นอกจากนี้ ไม่ควรใช้น้ำยาที่มีสารเคมีรุนแรง เช่น เบนซิน ทินเนอร์ น้ำมันก๊าด หรือแอลกอฮอล์เข้มข้น เพราะอาจทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ สีซีด หรือเกิดความเสียหายกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในได้

แผ่นกรองอากาศส่วนไหนล้างน้ำได้ และส่วนไหนห้ามล้าง?
สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลเครื่องฟอกอากาศคือการรู้ว่าแผ่นกรองแต่ละประเภทสามารถทำความสะอาดได้แตกต่างกัน โดยควรตรวจสอบคู่มือของแต่ละรุ่นประกอบเสมอ
1. แผ่นกรองชั้นต้น (Pre-Filter)
เป็นแผ่นกรองที่ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นขนาดใหญ่ เส้นผม และขนสัตว์ โดยส่วนใหญ่สามารถถอดออกมาล้างน้ำได้ หลังล้างควรผึ่งให้แห้งสนิทก่อนนำกลับไปใช้งาน และควรทำความสะอาดทุก 2-4 สัปดาห์
2. แผ่นกรอง HEPA
แผ่นกรอง HEPA เป็นหัวใจสำคัญของเครื่องฟอกอากาศ ใช้ดักจับฝุ่นขนาดเล็กและสารก่อภูมิแพ้ ไม่ควรล้างน้ำหรือแช่น้ำเด็ดขาด เพราะจะทำให้โครงสร้างเส้นใยเสียหายและสูญเสียประสิทธิภาพการกรอง
วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมคือใช้เครื่องดูดฝุ่นกำลังต่ำดูดฝุ่นบริเวณผิวหน้าแผ่นกรอง หรือใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นออกอย่างเบามือ
3. แผ่นกรองคาร์บอน (Activated Carbon Filter)
แผ่นกรองชนิดนี้มีหน้าที่ดูดซับกลิ่นและสารเคมีในอากาศ โดยทั่วไปไม่สามารถล้างน้ำได้ ควรทำความสะอาดด้วยการปัดฝุ่นหรือดูดฝุ่นเบา ๆ เท่านั้น และเปลี่ยนใหม่เมื่อครบอายุการใช้งาน
ควรทำความสะอาดและเปลี่ยนไส้กรองบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ในการดูแลเครื่องฟอกอากาศขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและปริมาณฝุ่นภายในบ้าน แต่โดยทั่วไปสามารถยึดตามแนวทางดังนี้
- ตัวเครื่องและเซ็นเซอร์ : ทุก 1-2 เดือน
- แผ่นกรองชั้นต้น (Pre-Filter) : ทุก 2-4 สัปดาห์
- แผ่นกรอง HEPA : ทำความสะอาดทุก 3-6 เดือน
- เปลี่ยนแผ่นกรอง HEPA หรือ Carbon Filter : ทุก 6 เดือนถึง 2 ปี ตามการใช้งานและคำแนะนำของผู้ผลิต

วิธีทิ้งแผ่นกรองอากาศที่หมดอายุ
เมื่อแผ่นกรองอากาศหมดอายุหรือถึงกำหนดเปลี่ยนใหม่ ไม่ควรนำกลับมาใช้งานซ้ำ เพราะประสิทธิภาพการกรองจะลดลงอย่างมาก และอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคหรือฝุ่นสะสมได้
เนื่องจากแผ่นกรองส่วนใหญ่ผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น เส้นใยสังเคราะห์ พลาสติก และโลหะ ซึ่งยากต่อการแยกประเภท ควรห่อให้มิดชิดก่อนนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไปตามข้อกำหนดของท้องถิ่น
ข้อควรระวังในการดูแลเครื่องฟอกอากาศ
- ไม่ล้างแผ่นกรอง HEPA ด้วยน้ำ
- ไม่ตากแผ่นกรอง HEPA กลางแดดจัด
- ไม่ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีสารเคมีรุนแรง
- ประกอบแผ่นกรองให้ถูกด้านก่อนใช้งาน
- ตรวจสอบไฟแจ้งเตือนเปลี่ยนไส้กรองเป็นประจำ
การทำความสะอาดเครื่องฟอกอากาศอย่างถูกวิธีไม่เพียงช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน ลดการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรคภายในเครื่องอีกด้วย เพียงหมั่นดูแลตัวเครื่องและเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด เครื่องฟอกอากาศก็จะสามารถช่วยรักษาคุณภาพอากาศภายในบ้านให้สะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


