ใช่คุณหรือเปล่า? แพทย์เฉลย 2 ช่วงเวลาขับถ่ายของ "คนอายุยืน" คุณภาพลำไส้ดีกว่าคนทั่วไป

ใช่คุณหรือเปล่า? แพทย์เฉลย 2 ช่วงเวลาขับถ่ายของ "คนอายุยืน" คุณภาพลำไส้ดีกว่าคนทั่วไป
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กด่วนคุณเป็นไหม? แพทย์ชี้คนชอบ "ขับถ่าย" ใน 2 ช่วงเวลานี้ ระบบลำไส้ดีเยี่ยม ร่างกายแข็งแรงและอายุยืนยาว

คุณไม่ได้หูฝาดไปอย่างแน่นอน! เพราะความถี่และพฤติกรรมการขับถ่ายในแต่ละวัน มีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับสุขภาพโดยรวมและแนวโน้มการมีอายุที่ยืนยาวของมนุษย์เราอย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้แง่มุมทางการแพทย์ ความถี่และเวลาในการขับถ่ายถือเป็น "สัญญาณเตือน" ที่สำคัญของระบบทางเดินอาหาร โดยแพทย์ชี้ว่าผู้ที่ขับถ่ายเป็นประจำใน 2 ช่วงเวลานี้ ถือว่ามีระบบลำไส้และนาฬิกาชีวิตที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมและมีโอกาสอายุยืนยาว

2 ช่วงเวลาทองของการขับถ่ายที่สะท้อนว่าคุณสุขภาพดี

1. ช่วงเวลาหลังตื่นนอนในตอนเช้า: ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารยกให้ช่วงเวลานี้เป็น "ช่วงเวลาทองคำ" หลังจากที่ร่างกายพักผ่อนมาทั้งคืน เมื่อเราเริ่มขยับตัวลุกขึ้นในตอนเช้า ระบบลำไส้จะถูกกระตุ้นให้บีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับสารพิษและของเสียออก การดื่มน้ำอุ่นสักแก้วหลังตื่นนอนจะช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาสะท้อนกลับให้ขับถ่ายง่ายขึ้น ผลวิจัยระบุว่าผู้ที่ถ่ายเป็นประจำตอนเช้ามีความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่ำกว่ากลุ่มที่ถ่ายไม่เป็นเวลา

2. ช่วงเวลาภายใน 2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร: หากคุณรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำหลังทานอาหารเสร็จ นั่นเป็นเพราะเมื่ออาหารตกถึงท้อง ร่างกายจะกระตุ้นระบบย่อยอาหารส่งสัญญาณให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวเคลื่อนย้ายของเสียทันที หากการขับถ่ายเกิดขึ้นตามธรรมชาติภายในเวลา 2 ชั่วโมงโดยไม่มีอาการปวดบิดหรือท้องเสีย ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าระบบลำไส้ทำงานดีเยี่ยม แต่หากปวดบิดรุนแรงหรือท้องเสียเรื้อรังทุกครั้งหลังทานเสร็จ ควรรีบไปพบแพทย์

ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงจะเรียกว่าดีที่สุด?

หลายคนเชื่อว่าต้องถ่ายทุกวันถึงจะแข็งแรง แต่ในความเป็นจริงแล้วทางการแพทย์ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน ความถี่ปกติสามารถเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวัน ไปจนถึง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ระดับที่ถือว่าสมบูรณ์แบบและดีต่อระบบลำไส้มากที่สุดคือ "ประมาณวันละ 1 ครั้งและคงความสม่ำเสมอ"

สิ่งที่ต้องระวังคือการเปลี่ยนแปลงที่กะทันหัน เช่น จากคนที่เคยถ่ายทุกวัน แต่อยู่ๆ กลับถ่ายยาก ต้องนั่งนาน หรือหลายวันถ่ายครั้ง จนทำให้อุจจาระค้างในลำไส้นานเกินไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่อระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ท้องอืด อึดอัด และส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

4 วิธีง่ายๆ ช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานราบรื่น

เพื่อสร้างพฤติกรรมการขับถ่ายที่สมบูรณ์และเซฟสุขภาพในระยะยาว แพทย์แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้:

  • เพิ่มการทานใยอาหารจากผักใบเขียว ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอวันละ 1.5 ถึง 2 ลิตรเพื่อไม่ให้อุจจาระแห้งแข็ง
  • ออกกำลังกายและเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือโยคะ เพื่อกระตุ้นลำไส้
  • ฝึกเข้าห้องน้ำให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน

คณะแพทย์เน้นย้ำว่า การขับถ่ายตรงเวลาไม่ใช่ "เคล็ดลับสู่อายุยืน" เพียงข้อเดียว แต่ระบบย่อยอาหารและลำไส้ที่ทำงานได้ดีคือรากฐานที่สำคัญที่สุดของสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว ดังนั้น หากพบว่าพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไปนานหลายสัปดาห์ หรือมีสัญญาณเตือน เช่น ปวดท้องเรื้อรัง มีเลือดปนในอุจจาระ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดทันที


 

แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการแพทย์ (References):

  • JSTV News & The Paper Health Reports. รายงานข้อมูลสถิติด้านประชากรศาสตร์และพฤติกรรมการขับถ่ายที่มีผลต่ออัตราการเกิดโรคเรื้อรังในผู้สูงอายุ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล