รีวิว Samsung Galaxy Z Flip 8 เบาลง ชาร์จเร็วขึ้น แต่ดีไซน์ยังคุ้นตา

พูดถึง Samsung Galaxy Z Fold 8 ไปเยอะมากแล้ว รอบนี้มาดูกันว่า Samsung Galaxy Z Flip 8 น้องพับที่พยายามปรับตัวเป็นรุ่นที่พย่ายามเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น
แต่เมื่อจากข่าวหลุดของสเปก แทบจะร้องว่า ไม่ได้เลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ แต่จริงๆ มันก็มีเปลี่ยนบ้างนอกจากสี จะมีอะไรบ้าง NewsPulse Hitech มีคำตอบให้คุณได้รู้กันว่าจะซื้อได้ไหม
ดีไซน์เดิม แต่เบาลง

แม้ว่าสิ่งที่แตกต่างของ Galaxy Z Flip 8 ยังคงใช้รูปทรงใกล้เคียง Galaxy Z Flip 7 โดยมิติตัวเครื่องอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.2 มิลลิเมตร ทั้งด้านความสูงและความกว้างเมื่อกางออก
และการปรับปรุงแค่นี้ทำให้ Samsung สามารถลดน้ำหนักลงจาก 188 กรัม เหลือประมาณ 180 กรัม ซึ่งน่าจะช่วยให้พกพาสะดวกและถือใช้งานได้นานขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับมือถือจอพับที่มักมีน้ำหนักมากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป

รอบตัวเครื่องยังคงมีทั้ง
- ฝั่งซ้ายมือช่องใส่ซิม
- ฝั่งขวามือ : ปุ่ม Power + ระบบสแกนนิ้ว, ปุ่ม เพิ่มและลดระดับเสียง
- ด้านบนมีไมโครโฟนคู่
- ด้านล่าง USB-C, ลำโพง และ ไมโครโฟน


สีที่คาดว่าจะวางจำหน่าย
- Graphite สีเข้ม เรียบและดูเป็นทางการ
- Cream สีอ่อน ให้ความรู้สึกสะอาดและพรีเมียม
- Pink สีชมพูโทนสดใส เหมาะกับสายแฟชั่น
- Mint สีเขียวบาง ที่ขายทางออนไลน์
หน้าจอเปลี่ยนแปลงไหม?

ส่วนหน้าจอของ Samsung Galaxy Z Flip 8 ยังคงเป็นแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว รองรับ Refresh Rate สูงสุด 120Hz
ส่วนหน้าจอด้านนอกเป็น Super AMOLED ขนาด 4.1 นิ้ว ใช้ตรวจสอบการแจ้งเตือน ตอบข้อความ ควบคุมเพลง เปิดวิดเจ็ต และใช้เป็นช่องมองภาพขณะถ่ายภาพด้วยกล้องหลังได้
ถ้าสรุปแล้ว แม้ตัวเลขหน้าจอจะไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือความสามารถของแอปบนหน้าจอด้านนอก รวมถึงการปรับปรุงรอยพับและความทนทานของแผงหน้าจอ
ประสิทธิภาพ

และในเรื่อง Galaxy Z Flip 8 จะใช้ชิป Exynos 2600 ซึ่งเป็นชิประดับเรือธงรุ่นใหม่ของ Samsung แตกต่างจาก Galaxy Z Fold 8 Ultra และ Z Fold 8 ที่จะใช้ Snapdragon 8 Elite Gen 5 for Galaxy ในตลาดโลก
แม้จะไม่ได้ใช้ขุมพลังที่คุณคาดหวังแต่คาดว่า ประสิทธิภาพ ความร้อน และการจัดการพลังงานจึงเป็นประเด็นที่ต้องรอทดสอบจากเครื่องจริง โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกล้อง เล่นเกม หรือประมวลผล AI ต่อเนื่อง ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี แต่ว่าการเล่นเกมพบว่าความร้อนมาค่อนข้างไวไปนิด
ส่วนหน่วยความจำได้รับการอัปเกรดเป็น RAM 12GB ซึ่งน่าจะช่วยให้การเปิดหลายแอปและใช้งานฟีเจอร์ Galaxy AI ทำได้คล่องตัวขึ้น และความจำ 256GB / 512GB
ฟีเจอร์ที่โดดเด่น

เมื่อดีไซน์และฮาร์ดแวร์โดยรวมไม่ได้เปลี่ยนมาก ซอฟต์แวร์และ AI จึงมีโอกาสกลายเป็นจุดขายสำคัญของ Galaxy Z Flip 8 เพราะรอบนี้ เลือกใช้ One UI 9 พร้อมกับ Android 17
การทำงานจะทำงานร่วมกับบริการ AI ของ Google มากขึ้น รวมถึงการติดตั้ง NotebookLM มาให้ในเครื่อง เพื่อช่วยสรุปข้อมูล จัดระเบียบเอกสาร และสร้างเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลที่ผู้ใช้กำหนด และยังทำงานกับ Perplexity ได้ด้วย

ส่วนลูกเล่นกล้องที่โดดเด่นคือเรื่องของการทำ Flip Shot ปรับให้ภาพที่ถ่ายแบบเคลื่อนไหวออกมาแสดงผลได้ ไว้ให้เพื่อนๆ มอง หรือจะให้เด็กๆ สนใจเวลาถ่ายภาพเช่นเดียวกัน แต่การเพิ่มฟีเจอร์แบบนี้ก็ทำให้เครื่องร้อนง่ายด้วย!!! นอกจากนี้ My Friend Cam ก็ยังมีมาให้ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าใช้อีกอย่างเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์บางรายการอาจต้องใช้อินเทอร์เน็ต บัญชี Google หรือบริการแบบสมัครสมาชิก และอาจแตกต่างกันตามประเทศ
กล้องโดดเด่น Flex Mode

มาถึงเรื่อง กล้องเพราะ Galaxy Z Flip 8 คาดว่าจะมาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว ได้แก่ กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล
จุดเด่นยังคงเป็นการพับเครื่องตั้งบนโต๊ะเพื่อถ่ายภาพ วิดีโอ หรือวิดีโอคอลโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง รวมถึงการใช้หน้าจอด้านนอกเป็นช่องมองภาพสำหรับถ่ายเซลฟีด้วยกล้องหลัก
หากเซนเซอร์กล้องยังคงใกล้เคียงรุ่นเดิม ความแตกต่างด้านคุณภาพภาพน่าจะมาจากชิปประมวลผลและซอฟต์แวร์มากกว่าการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่ทั้งหมด
แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ

แม้ว่าสเปกแบตเตอรี่จะยังคงเป็น 4300 mAH และกำลังชาร์จไฟยังเป็นแบบสาย 25W และไร้สาย 15W แต่การใช้งานจริงถือว่าเซอร์ไพรส์เพราะ Galaxy Z Flip 8 สามารถทนต่อการใช้งานขึ้นพอสมควร โดยเราทดสอบใช้งาน On Screen Time 3:01 ชั่วโมทั้งวันแบตเตอรี่เหลือ 20% แต่ถ้าใช้เยอะๆ 4:12 ชั่วโมง จะเหลือ 12% ส่วนการรันต่อเนื่องกลับทำได้ 10:38 ชั่วโมง(จาก 100% ลดลงมาที่ 18%) ก็ถือว่าประหยัดไฟอยู่พอมควร
สรุปสเปก Galaxy Z Flip 8 จากข้อมูลก่อนเปิดตัว
- น้ำหนักประมาณ 180 กรัม
- หน้าจอหลัก Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว
- Refresh Rate สูงสุด 120Hz
- หน้าจอด้านนอก Super AMOLED ขนาด 4.1 นิ้ว
- คาดใช้ชิป Exynos 2600
- RAM 12GB
- พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB และ 512GB
- กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล
- กล้อง Ultra-wide 12 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ประมาณ 4,300mAh
- คาดรองรับชาร์จเร็ว 45W
- สี Graphite, Cream และ Pink
ความรู้สึกหลังลอง Galaxy Z Flip 8

จากการสัมผัสแรกของมือถือรุ่นนี้ Galaxy Z Flip 8 อาจไม่ได้สร้างความตื่นเต้นจากดีไซน์ใหม่ แต่การลดน้ำหนักและเพิ่มความเร็วในการชาร์จถือเป็นการแก้จุดที่สัมผัสได้ในการใช้งานจริง
น้ำหนักประมาณ 180 กรัมช่วยให้ตัวเครื่องน่าจะพกง่ายขึ้น ขณะที่ RAM 12GB และชิปใหม่ควรช่วยรองรับฟีเจอร์ AI และการใช้งานระยะยาวได้ดีขึ้น
ข้อสังเกตคือชุดกล้อง หน้าจอ และแบตเตอรี่ยังดูใกล้เคียงรุ่นก่อน จึงต้องรอดูว่าประสิทธิภาพของ Exynos 2600 การจัดการความร้อน และซอฟต์แวร์ใหม่จะสร้างความประทับใจในระยะยาวแค่ไหน
ราคา / โปรโมชั่น
- รุ่น 256GB = 42,900 บาท
- รุ่น 512GB = 50,900 บาท
Galaxy Z Flip 8 เหมาะกับใคร?

โดยรวมแล้ว Galaxy Z Flip 8 น่าจะเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหามือถือจอพับเครื่องแรก ต้องการเครื่องที่พกง่าย และชอบการถ่ายภาพแบบ Flex Mode รวมถึงผู้ใช้ Galaxy Z Flip รุ่นเก่าที่ต้องการจอนอกใหญ่ขึ้น เครื่องเบาลง และชาร์จเร็วกว่าเดิม
การเปลี่ยนครั้งนี้ถ้าใครใช้ Galaxy Z Flip 7 การอัปเกรดอาจยังไม่จำเป็น หากไม่ได้ให้ความสำคัญกับน้ำหนักที่ลดลง RAM 12GB หรือระบบชาร์จ 45W เรียกว่าอัปเกรดที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ชอบไหมลองดูที่ตัวแทนจำหน่ายของ Samsung เองนะ

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




